หน้าแรก
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8
หน่วยการเรียนรู้ที่ 9
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10
หน่วยการเรียนรู้ที่ 11
ติดต่อเรา

 

 

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
แหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ตามคำขวัญของอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี

 

 

 

แผนที่อำเภอบ่อทอง

ประวัติความเป็นมาอำเภอบ่อทอง

ประวัติศาสตร์ของอำเภอบ่อทองนั้น ว่ากันว่าเป็น "เมืองของพญาเร่" (หรือพญาเล่ห์) ที่ชาวอำเภอบ่อทอง เชื่อกันว่าเป็นเจ้าเมืองผู้มีคุณธรรมในอดีต ที่คอยปกป้องคุ้มครองพื้นที่แห่งนี้ พญาเร่จึงถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่กับชาวบ่อทอง ที่ทุกคนให้ความเคารพสักการะ และเชื่อว่าพญาเร่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ แคล้วคลาดจากภยันตราย เมื่อขอสิ่งใดก็จะได้สมปรารถนา เมืองพญาเร่ เป็นเมืองสัญนิฐานว่า เคยเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองในอดีต ครั้งยุคทวารวดี เมืองนี้ห่างจากเมืองพระรถ (บริเวณตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม) ประมาณ 32 กิโลเมตร ร่องรอยของเมืองพญาเร่ ยังมีร่องรอยของผังเมืองปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน (อยู่ห่างจากตลาดอมพนมไปประมาณ 6 กิโลเมตร) ผังเมืองเป็นวงรีสองชั้น  ชั้นนอกเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1,100 เมตร ยังคงมีคูเมือง และคันดินให้เห็นอยู่ทางด้านเหนือ ส่วนเมืองชั้นในมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร ยังคงมีกำแพงเมืองสูงประมาณ 1 เมตร หลงเหลือให้เห็นอยู่ ภายในเมืองพบเพียงเศษเครื่องปั้นดินเผาเล็กน้อย และไม่พบศาสนสถานใดๆ
พื้นที่โดยทั่วไปของเมืองพญาเร่ในปัจจุบันได้ถูกไถคราดเพื่อปรับพื้นที่ สำหรับทำการกสิกรรม แต่จากร่องรอยการไถคราด ก็ไม่ปรากฏพบเศษอิฐ หรือวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่หนาแน่น เป็นกลุ่มให้เห็นแต่อย่างใดทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็อาจทำให้เข้าใจได้ว่าบริเวณที่เป็นเมืองพญาเร่ อาจไม่ใช่บริเวณที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก จึงไม่มีการพบซากโบราณสถาน หรือศาสนสถานที่ชัดเจน เช่นเดียวกันกับชุมชนแห่งอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามจากรูปแบบของผังเมือง เมื่อเปรียบเทียบกับ รูปแบบของเมืองโบราณที่พบจากแหล่งต่างๆ แล้ว เมืองพญาเร่นี้ก็ยังอยู่ในกลุ่มของชุมชนโบราณแบบทวารวดีนั่นเอง 
ชื่ออำเภอบ่อทอง หรือ "บ้านบ่อทอง" นั้น มาจากเมื่อพ.ศ. 2460 เคยขุดพบแร่ทองคำครั้งแรกในพื้นที่บริเวณนี้ โดยชาวกุหล่า (กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยจากพม่า ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานทางภาคตะวันออก คนไทยเรียก "ไทยใหญ่" คนเขมรเรียก "กาลา") ดังนั้น แร่ทองจึงปรากฏอยู่ในคำขวัญ ของอำเภอบ่อทองที่ว่า "เมืองเกษตรกรรม ถ้ำเขางดงาม น้ำตกเขาใหญ่ ผลไม้รสดี มีแหล่งแร่ทอง นครของพญาเร่"
อำเภอบ่อทองแยกออกมาจากอำเภอพนัสนิคม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2521 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2521 ประกอบด้วยตำบลบ่อทอง ตำบลบ่อกวางทอง และตำบลวัดสุวรรณเป็น กิ่งอำเภอบ่อทอง 
ที่ทำการกิ่งอำเภอบ่อทอง เปิดครั้งแรกได้ใช้อาคารเรียนบ้านอมพนมเป็นที่ทำการชั่วคราวตั้งอยู่ที่บ้านอมพนม หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง ข้าราชการเริ่มปฏิบัติราชการ ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2521 สำหรับอาคารที่ว่าการกิ่งอำเภอบ่อทองปัจจุบัน ได้สร้างขึ้น ซึ่งได้รับบริจาคที่ดินจาก นายกวย พันสนิท, นายเสียง สิงห์โตทอง, นายสมชาย ถิรนันท์  โดยมอบที่ดินเนื้อที่ 80 ไร่ เป็นที่ก่อสร้างที่ว่าการเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น หลังคาทรงไทย ตามแบบแปลนของกรมโยธาธิการได้เปิดใช้เป็นที่ทำงานตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2525
และต่อมาได้รับการยกฐานะเป็น อำเภอบ่อทอง เมื่อวันที่ 10 มีนาคมพ.ศ.2528
คำว่า “บ่อทอง” ซึ่งเป็นชื่อของกิ่งอำเภอบ่อทอง เป็นชื่อตำบลเดิมของท้องที่แห่งนี้ ต่อมาภายหลังได้แยกตำบลบ่อทองเป็นตำบลวัดสุวรรณ ตำบลบ่อกวางทอง และตำบลธาตุทอง จึงตั้งชื่อกิ่งอำเภอตามชื่อตำบลเดิมว่า “กิ่งอำเภอบ่อทอง” เพื่อรักษาชื่อเดิมไว้

ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอบ่อทองคนแรกคือ นายเพียร เพ็ชรกาฬ เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2521

 

 

ข้อมูลทั่วไปของอำเภอบ่อทอง(Amphoe Bo Thong)

อำเภอบ่อทอง มีพื้นที่781.6ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์2010                    
รหัสไปรษณีย์     20270
ที่ว่าการอำเภอบ่อทองตั้งอยู่เลขที่ 9หมู่ที่ 1 ถนนหนองใหญ่-ปรกฟ้า ตำบลบ่อทอง อำเภอบ่อทอง
จังหวัดชลบุรี 20270     
พิกัด     13°16′42″N 101°26′24″E
หมายเลขโทรศัพท์0 3821 1234                    
หมายเลขโทรสาร          0 3821 1246
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปร้อนอบอ้าว 
อาชีพหลัก ได้แก่อาชีพเกษตรกรรม เช่น ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน 
อาชีพเสริม ได้แก่สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ , ขายสินค้าอุปโภค - บริโภค 
ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง มะม่วงหิมพานต์ ผลไม้ชนิดต่าง ๆ  
ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญ(แม่น้ำ/บึง/คลอง)ได้แก่คลองหลวง คลองโอ่ง คลองประแสร์ 
     
ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอบ่อทองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเกาะจันทร์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอท่าตะเกียบ (จังหวัดฉะเชิงเทรา)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแก่งหางแมว (จังหวัดจันทบุรีอำเภอเขาชะเมา อำเภอวังจันทร์ (จังหวัดระยอง) และอำเภอหนองใหญ่
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ้านบึง และอำเภอพนัสนิคม

     
 

แหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ตามคำขวัญของอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี

คำขวัญประจำอำเภอ
เมืองเกษตรกรรม ถ้ำเขางดงาม น้ำตกเขาใหญ่ กล้วยไข่รสดี มีแหล่งแร่ทอง นครของพญาเร่

     

ถ้ำเขางดงาม

เขาชะอางค์ เป็นเขาหินปูนตั้งอยู่ในลักษณะที่โดดเดี่ยวไม่มีสภาพเทือกเขาที่ต่อเนื่องกันไป
โดยรอบเป็นพื้นที่ราบ จากสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปจะปรากฏสภาพเขา
และสภาพที่เป็นโขดหินหรือเขาขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป
บริเวณที่พบร่องรอยของอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่ถ้ำเขาชะอางค์นี้อยู่ในท้องที่อำเภอบ่อทอง
ห่างออกไปจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร
แหล่งสำคัญที่ได้พบหลักฐานเกี่ยวกับอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ก็คือภูเขาที่เรียกกันว่า
เขาชะอางค์ 5 ยอด ซึ่งสภาพโดยทั่วไปด้านหน้าจะเป็นพื้นที่ราบมีธารน้ำไหลผ่านเขาลูกนี้ปรากฏมีถ้ำต่างๆ
ทั้งขนาดใหญ่ เล็กอยู่โดยรอบหลายถ้ำด้วยกัน ส่วนสำคัญที่พบหลักฐานในอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์นี้
มีสภาพเป็นเพิงผากว้างอยู่ลึกเข้าไปแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนล่าง และบนระดับความสูงของเพิงผาแห่งนี้
อยู่สูงจากระดับพื้นที่ราบเบื้องล่างและลำธารขึ้นไปประมาณ 10 เมตรเศษ
สภาพเหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
จากบริเวณเพิงผาซึ่งมีระดับสูงต่ำแตกต่างกันนั้น ส่วนบนยังมีคูหาที่เป็นหลืบหินและถ้ำแยกเข้าไปอีก
ได้มีการพบเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งโครงกระดูกมนุษย์ในอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่ง
ประกอบด้วย ขวานหิน หินขัด ภาชนะดินเผา มีทั้งที่เป็นแบบขัดผิวเรียบและประเภทที่เป็นลวดลายขูดขีด
ลายประดับ โดยของต่างๆ เหล่านี้ ได้มีเจ้าหน้าที่กองโบราณคดี
กรมศิลปากรได้เข้าไปสำรวจและนำเอาตัวอย่างวัตถุจำนวนหนึ่งเข้าไปศึกษาที่กรุงเทพมหานคร
ดินแดนแถบนี้สันนิษฐาน กันว่าเดิมเป็นท้องทะเล ต่อมาน้ำทะเลลดต่ำลง น้ำฝนที่ตกลงมาตามฤดูกาล
นับหมื่นปี ได้กัดเซาะละลาย หินปูนพาไปตามผนังหนาย้อยลงบนพื้นถ้ำเมื่อน้ำฝนระเหยแห้งไป
ก็ทิ้งปูนให้เกาะมากขึ้นจนกลายเป็นหินรอก หินย้อย รูปร่างลักษณะ ผิดแผกแตกต่างกันไป
มีลักษณะสวยงาม ลูกเขากลุ่มนี้มีชื่อว่า “ละอาง” หรือ “ชะอางค์” หรือ “สะอางค์”
ทำหน้าซึ่งมีอยู่ด้วยกัน จำนวน 9 ลูก คือ

  1.เขาชะอางค์ทรงเครื่อง เป็นกลุ่มเขาชะอางค์ ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่มากที่สุด
มีถ้ำสำคัญ 3 แห่ง คือ ถ้ำกระเหรี่ยง ถ้ำพระและถ้ำมืด จุดเด่นคือ เป็นถ้ำกลมกว้าง ใหญ่มาก
ถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่อง ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านบ่อทอง ห่างจากตัวอำเภอบ่อทอง(ตลาดอมพนม)
ประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติสวยงาม
ภายในถ้ำมีความชื้นและเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก เป็นถ้ำใหญ่ที่จุคนได้เป็นพันคน
พิกัด : 13.190501, 101.593860
 
   

 

 

 

2.เขาชะอางค์โอน มีลักษณะเป็นรูกว้างลึก มีสาขาแยกออกไปคล้ายอุโมงค์ หรือข่าวประชาขนาดใหญ่
ถ้ำส่วนใหญ่ลักษณะเป็นรูกว้างลึก มีสาขาแยกไปคล้ายอุโมงค์หรือท่อประปาใหญ่บ้างเล็กบ้าง
มีหินงอก หินย้อยตามธรรมชาติ ด้านบนของภูเขามีรอยพระพุทธบาท มีเรื่องเล่าว่า
เคยมีคนพบงูใหญ่หัวมีหงอน ๒ ตัว ยาวประมาณ ๖-๗ วา สงสัยจะมีเหล็กไหล
เคยมีทหารยิงปืนใหญ่เข้าไปแต่ว่าลูกปืนไม่ระเบิด มีค้างคาวและนกนางแอ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก 
ถ้ำเขาชะอางค์โอนตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านคลองกุ่ม ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง
ห่างเลยจากถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่องออกไปอีก 12 กิโลเมตร
(ห่างจากตัวอำเภอบ่อทองประมาณ 30 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 87 กิโลเมตร)
มีสำนักสงฆ์อยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่อมาได้รับอนุญาตให้ยกระดับจากสำนักสงฆ์เป็นวัดถ้ำเขา ชะอางค์โอน
พิกัด : 13.209043, 101.651575

     
 
3.เขาชะอางค์5 ยอด เป็นถ้ำตื้นๆ รอบเขาทั้งลูก ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยสวยงาม
เคยพบกระดูกมนุษย์ หม้อหินเผา ขวานหิน และของโบราณเก่าแก่จะมีถ้ำหินงอก หินย้อย
ลักษณะเด่นคือ มีคลองลอดใต้เขาทั้งลูก มีน้ำทั้งปี มีลิงและปลาอาศัยอยู่มากมาย 
ถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอดตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลบ่อทอง มีวัดเขาห้ายอดอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ห่างเลยจากจากถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร
จากหลักฐานต่างๆ ที่มีการขุดพบจากถ้ำเขาชะอางค์ 5 ยอด
พอที่จะกล่าวได้ว่าบริเวณเขาชะอางค์และใกล้เคียงได้เคยเป็นที่อยู่อาศัย
ของมนุษย์ในอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์มาแล้วตั้งแต่ประมาณ 8,000-6,000 ปีที่ผ่านมา
ดังที่ปรากฏหลักฐานจากเครื่องมือหินกะเทาะ ส่วนบริเวณเพิงผาและถ้ำ
ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์นั้นก็ได้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ในอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์
และได้มีการฝังศพเอาไว้ในส่วนที่เป็นหลืบหินและถ้ำจากเครื่องมือหินขัด ภาชนะ
และเศษภาชนะที่ทำด้วยดินเผาบอกให้เราทราบได้ว่าเป็นเรื่องราวของมนุษย์ในอารยธรรม
ก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่เมื่อประมาณ 4,000-3,000 ปีที่ผ่านมา
พิกัด : 13.163595, 101.599312
  4.เขาถ้ำหมี เป็นถ้ำลึกกว้าง 10 วาเศษ และมีปล่องทะลุยอดเขาและรอบนอกด้านหลังมีชะเวิ้งผา สวยงาม และมีเขาถ้ำสมบัติอยู่ที่เขาลูกเดียวกัน ซึ่งเป็นถ้ำใหญ่หลายสิบเมตร มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
เคยมีผู้พบหม้อโบราณหลายชิ้นเป็นถ้ำซึ่ง มีลักษณะแปลกมาก กล่าวคือ ต้องคลานลอดช่องมืดรัศมี 2 ฟุต เข้าไปประมาณ 10 เมตร ด้านในเป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ประมาณครึ่งสนามฟุตบอลมีต้นไม้สูงใหญ่
ผนังเป็นหินสูงตั้งฉากกับพื้นดิน ด้านบนมีคูหาที่คนประมาณ 5-10 คนสามารถอาศัยอยู่ได้ และบางแห่งสามารถอาศัยอยู่ได้ถึง 100 คน มีหิน ย้อย และหลืบม่านสวยงาม ถ้ำเช่นว่านี้ จำนวน 2 แห่งด้วยกัน
5. เขาชะอางค์คล่อมคลอง เป็นภูเขาลูกเล็กๆ ทิ้งระยะห่างกันลูกละ 600-700 เมตร ทุกลูกจะมีถ้ำหินงอก หินย้อย ลักษณะเด่นคือ มีคลองลอดใต้เขาทั้งลูก มีน้ำทั้งปี และปลาอาศัยอยู่มากมาย
6. เขากำแพง มีถ้ำใหญ่อยู่บนยอดเขา มีหินงอก หินย้อย สวยงามมาก เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก
7. เขาถ้ำประทุน 
8. เขาถ้ำสมบัติ
9. เขาหินถม
     
 

น้ำตกเขาใหญ่

น้ำตกเขาใหญ่(น้ำตกอ่างผักหนาม)
          ตั้งอยู่บริเวณบ้านเขาใหญ่ ตำบลพลวงทอง อยู่ในเขตความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน
หน่วยพิทักษ์ป่าเขาใหญ่ ห่างจากตลาดบ่อทองประมาณ 30 กิโลเมตร ด้านหน้ามีไปรษณีย์สีแดงใหญ่ตั้งให้เห็นมาแต่ไกล
ก่อนทางขึ้นน้ำตกมีสำนักสงฆ์เขาผักหนาม หรือวัดมุตโตทัย น้ำตกอ่างผักหนามยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก
เพราะน้ำตกมีปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย เนื่องจากบริเวณนี้ลักษณะภูมิประเทศที่มีเทือกเขาขวางกั้นความชื้นจากทะเล
ทำให้สภาพอากาศโดยทั่วไปค่อนข้างแห้งแล้ง น้ำตกจะมีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้นน้ำตกมีเจ็ดชั้น แต่ไม่ได้แยกแต่ละชั้นให้เห็นชัดเจน
ผู้ที่มาเที่ยวน้ำตกสามารถเดินชมศึกษาธรรมชาติได้ ยังมีทั้งผีเสื้อและแมลงปอหายากปรากฏให้เห็น และเป็นต้นน้ำสายสำคัญ
คือแม่น้ำประแสร์ และคลองหลวง มีน้ำมากในฤดูฝน ฤดูแล้งน้ำจะแห้ง
พิกัด : 13.263829 , 101.642128

 
 
 

นครของพญาเร่

เมืองพญาเร่ เมืองคชปุระนคร (ตำนานพระรถเมรี)
          อยู่ในเขตอำเภอบ่อทอง เป็นเมืองสมัยทวารวดี แต่เดิมเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอพนัสนิคม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สูง ห่างจากเมืองพระรถประมาณ 48 กิโลเมตร 
โบราณสถานที่มีเพียงร่องรอยผังเมือง เป็นรูปทรงรีสองชั้น เมืองนี้อาจไม่ใช่เมืองที่มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องหลายสมัยอย่างเมืองพระรถ อาจเป็นเมืองชั่วคราว
หรือเมืองบนเส้นทางติดต่อทางบก ระหว่างชลบุรีกับระยองในสมัยโบราณดินแดนแถบนี้สันนิษฐานกันว่า แต่เดิมเป็นท้องทะเลต่อมาท้องทะเลต่ำลง
น้ำฝนที่ตกลงมาตามฤดูกาลนับหมื่นปี ได้กัดเซาะละลายหินปูนให้เกิดเป็นหินงอก หินย้อย งดงามตามธรรมชาติ
โดยเฉพาะถ้ำชะอางค์อยู่ห่างจากตัวเมืองบ่อทอง ไปประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร เป็นภูเขาหินปูนลูกโดดอยู่กลางพื้นที่ราบ เป็นแหล่งแร่ทองคำและแร่พลวงที่สำคัญ
เขาชะอางค์ประกอบด้วย เขาชะอางค์ทรงเครื่องซึ่งเป็นถ้ำใหญ่ จุคนได้นับพันคน มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก
ส่วนถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอดจะอยู่เลยเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปอีก ๗ กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกย้อยจำนวนมาก ภายในแบ่งเป็นถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมาย
          ในตำนานพระรถเมรี เชื่อกันว่า เมืองพญาเร่ นี้ คือ เมืองคชปุระนคร ของนางยักษ์สันธมาร เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขา เหมือนกับในท้องเรื่องจริงๆ 
และให้พระรถเสน มาเอาผลไม้สมุนไพร ชื่อ มะม่วงหาว มะนาวโห่ ที่เมืองนี้ ผังเมืองพญาเร่มีลักษณะเป็นรูปวงรีสองชั้น  ชั้นแรกมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1,100 เมตร
ส่วนชั้นในประมาณ 600 เมตร  คูเมืองและชั้นดินของตัวเมืองชั้นนอกทางด้านเหนือ  ยังเหลือเห็นชัดเจน  ส่วนด้านอื่นๆ ถูกกลบทำลายไปมาก
ส่วนเมืองชั้นในและเป็นตัวเมืองที่แท้จริง  ยังมีสภาพที่เห็นคูเมืองได้ชัดเจน  กำแพงเมืองที่เหลือวัดได้จากระดับน้ำทะเลสูงประมาณ 1 เมตร
คูเมืองตอนที่กว้างที่สุดอยู่ที่ประมาณ 11 เมตร  ภายในเมืองพญาเร่ไม่พบเนินดินที่เป็นซากศาสนสถานหลงเหลืออยู่
แต่มีการค้นพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากทั้งในพื้นที่คูเมืองและรอบๆ คูเมือง ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา, กำไลสำริด, โครงกระดูกมนุษย์, เศษภาชนะ

 

ศาลเจ้าพ่อพญาเร่

พ่อพญาเร่เกิดที่เมืองเสียมราฐ พระตะบอง ก่อนนี้เป็นของไทย ตอนนี้เป็นของกัมพูชา
พ่อและแม่ของพญาเร่ได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่เวลานี้ คือ จังหวัดศรีษะเกษ แล้วมาบุกเบิกทำไร่ทำนา
เมื่อครั้งอยุธยาถูกพม่ายกทัพมาตีเมืองจนแตกเสียเมืองให้กับพม่า
พ่อตากสินขณะเป็นพระยาตากนำทัพฝ่าวงล้อมพม่าจากกรุงศรีอยุธยา
รวบรวมไพร่พลปราบศัตรูของแผ่นดินตามเมืองชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขงเรื่อยไปตีเมืองจันทบูรณ์
เมื่อผ่านที่พักทัพของพญาเร่จึงได้ปรึกษากับพ่อตากสินจึงรู้ว่าจะยกทัพไปตีเมืองจันทบูรณ์
พญาเร่จึงลาพ่อแม่ไปร่วมรบด้วย และได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกองของพ่อตากสิน
ขณะทำการรบที่จันทบูรณ์ ปรึกษากันในทัพว่าก่อนรบเมื่อหุงข้าวหุงปลากินแล้วให้ทุบหม้อข้าวหม้อน้ำให้หมด
ทำอย่างนี้จึงได้รับชัยชนะเป็นแน่แท้ พ่อพญาเร่จึงได้รับการแต่งตั้งจากพ่อตากสินจากนั้นเป็นต้นมา
มีสหายร่วมรุ่น คือ พ่อเสือลาย และพ่อเสือดำ
ภายหลังจากพ่อตากสินตีเมืองจันทบูรณ์แล้วรวบรวมไพร่พลสร้างทัพเรือจนเดินทัพกู้กรุงศรีอยุธยา
คืนจากทัพพม่าแล้วจึงสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์ กรุงธนบุรี
พ่อพญาเร่จึงเดินทางกลับมาเมืองที่เล่าขานกันว่ามีทองคำ ชื่อว่า “บ้านอมพนม”
ร่วมกับพี่น้องชาวจันท์และระยองค้นหาทองคำตรง “คูเมือง”
เมื่อน้ำมากลำเลียงทางแพผ่าน “ลำคลองหลวง” ไปออกที่ท่าเรือตะกูดบ้าง บางคล้าบ้าง
เพื่อนำไปสร้างกรุงธนบุรีต่อเนื่องถึงกรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 1
ซึ่งในสมัยก่อนการสร้างบ้านสร้างเมืองต้องมีทองคำหรือของโบราณทรัพย์ในดินสินในน้ำ
สมบัติของบ้านอมพนมจึงมีคุณค่ามากตามประวัติศาสตร์
เมื่อผู้คนรุ่นใหม่เดินทางมาที่บ้านอมพนมจะได้รับการเล่าขานกันว่าที่นี้ คือ เมืองพญาเร่สมัยก่อนประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว
          ปีพ.ศ.2506 ผู้คนเริ่มหาที่อยู่ใหม่ที่บ้านอมพนมมาจากบ้านบึงบ้างพนัสนิคมบ้าง
          ปีพ.ศ.2518 สมเด็จย่าเสด็จที่โรงเรียนบ้านอมพนม ประธานธงลูกเสือและคณะกรรมการได้อัญเชิญดวงวิญญาณพ่อพญาเร่ขึ้นมา
มีนายกวย พันธ์สนิทและกรรมการได้อัญเชิญดวงวิญญาณพ่อพญาเร่มาจากบ้านคูเมืองมาอยู่ที่ศาลหลักเล็ก
          ปีพ.ศ.2539 นายอำเภอในขณะนั้นก็ได้พยายามรวบรวมเงินบริจาคจาก พ่อค้า ประชาชน ข้าราชการใหญ่น้อย
มาร่วมบริจาคซึ่งถึงแม้ว่าในขณะนั้นเศรษฐกิจจะตกอยู่ในภาวะที่แย่ แต่ด้วยความศรัทธาของชาวบ่อทองก็สามารถรวบรวมมาได้
ปีพ.ศ.2540 ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่ายจึงสร้างศาลใหม่และหล่อรูปพญาเร่ แล้วอัญเชิญรูปหล่อนี้ขึ้นประดิษฐานที่ศาลหลักปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2540 จึงถือว่าศาลเจ้า พ่อพญาเร่ นี้เป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จและความร่วมแรงร่วมใจของชาวอำเภอบ่อทองได้
          ศาลเจ้าพ่อพญาเร่ ประดิษฐาน ณ โรงเรียนอนุบาลบ่อทอง ม.1 ตำบลบ่อทอง  ซึ่งประชาชนชาวอำเภอบ่อทองก่อสร้างถวาย
และได้มีการปิดทองรูปหล่อเป็นประจำทุกปี หรืองานประจำปีปิดทองพ่อพญาเร่ วันทำพิธีกำหนด 4-6 ธันวาคม ของทุกปี
เครื่องบูชาใช้เครื่องสังเวย ประกอบด้วย หัวสัตว์ สุรา ประทัด ผลไม้ ทำพิธีแก้บนบวงสรวง และปิดทอง ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของประชาชนอำเภอบ่อทอง

 

 

 

Top Page

TOP

PAGE

ข้อมูลอ้างอิง

 

   
ห้องเรียนครูอู๋ นายภาณุพงศ์ อนันต์ชัยพัทธนา ปริญญาโท ครุศาสตร์มหาบัณฑิต (ค.ม.) วิจัยการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
ปัจจุบันสอนอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์วิทยาคม ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สังกัด สพม.18