หน้าแรก
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8
หน่วยการเรียนรู้ที่ 9
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10
หน่วยการเรียนรู้ที่ 11
ติดต่อเรา

 

 

 

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
แหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ตามคำขวัญของอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

 

 

 

 

ประวัติความเป็นมาอำเภอพานทอง

สมัยกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงนำทหารในบังคับบัญชาตีฝ่าวงล้อมทหารพม่าหลบหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา
ได้กวาดต้อนครัวเรือนรายทางมาตั้งเมืองและค่ายทหารชั่วคราวขึ้นที่ตำบลโป่งตามุขเรียกว่าเมืองโป่งตามุข
เป็นเมืองควบคุมหัวเมืองชายทะเล มีเจ้าเมือง ศาลและเรือนจำ สำหรับใช้เป็นที่ปกครองชำระคดีความ โดยมีตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณวัดโป่งตามุข ตำบลหนองหงษ์ อำเภอพานทองในปัจจุบัน
ในสมัยนั้นมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อทอง เป็นชาวกรุงศรีอยุธยา ได้อพยพครอบครัวและญาติพี่น้องหนีพม่ามาตั้งภูมิลำเนาทำมาหากินเลี้ยงชีพในทางล่าสัตว์อยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ
ริมคลองซึ่งแยกจากคลองบางปะกง (ปัจจุบันเรียกคลองพานทอง) ตรงระหว่างตำบลบ้านเก่ากับตำบลบางนางในปัจจุบัน
และพร้อมกันนั้นนายพรานทองได้ทำหน้าที่เป็นจารชนสืบข่าวของข้าศึกถวายสมเด็จพระเจ้าตากสิน และได้รวบรวมกำลังกู้อิสรภาพขับไล่พม่า เมื่อเสร็จศึกสงครามแล้ว
นายพรานทองจึงได้สร้างวัดขึ้นวัดหนึ่งห่างจากหมู่บ้านของตนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร ณ ริมคลองสายเดียวกัน ให้ชื่อว่า "วัดพรานทอง" นัยว่าเพื่อเป็นการล้างบาปที่ตนเองมีอาชีพในทางล่าสัตว์
และได้อพยพครอบครัวมาประกอบอาชีพเป็นหลักฐานอยู่ในบริเวณใกล้วัดพรานทองนี้ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "หมู่บ้านพรานทอง" และเรียกคลองซึ่งแยกจากคลองบางปะกงว่า "คลองพรานทอง" ด้วย
แต่ด้วยเหตุที่ชาวบ้านออกเสียงควบกล้ำ ร ไม่ชัดเจน ฉะนั้นคำว่า "วัดพรานทอง" "บ้านพรานทอง" และ "คลองพรานทอง" จึงได้เพี้ยนเป็น "วัดพานทอง" "บ้านพานทอง" และ "คลองพานทอง" ดังในปัจจุบัน
ต่อมาเมื่อประชากรได้เพิ่มจำนวนหนาแน่นมากขึ้น จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุได้ความว่า สภาพพื้นที่ของอำเภอพานทอง สมัยนั้นเป็นที่ราบลุ่มคล้ายท้องกะทะเหมาะแก่การทำไร่นามีคลองธรรมชาติจากอำเภอพนัสนิคม 
ผ่านหมู่บ้านท่าตะกูด หมู่บ้านพานทอง หมู่บ้านเก่า ถึงแม่น้ำบางปะกง ผลผลิตทางการเกษตรจาก อ.พนัสนิคม จะถูกขนส่งมาทางเรือในฤดูน้ำหลาก มารวมจุดพักขนถ่ายและซื้อขายที่หมู่บ้านท่าตะกูด 
ส่วนหน้าแล้งประชาชนจะส่งผลผลิตทางการเกษตรมาทางล้อเลื่อน ซึ่งมีลักษณะคล้ายเกวียนขนาดเล็กใช้วัวควาย ลากจูง ซึ่งชาวบ้านเรียกล้อเลื่อนว่า"ตะกูด" และเรียกหมู่บ้านที่เป็นชุมชนทางการค้านี้ว่า"ท่าตะกูด" 
บ้านท่าตะกูดนี้อยู่ห่างจากบ้านพานทองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อมีประชากรเพิ่มมากขึ้นก็เริ่มมีโจรผู้ร้ายรบกวน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนและมีความจำเป็นที่ประชาชนจะต้องติดต่อราชการมากขึ้น
ทางราชการจึงตั้งที่ว่าการอำเภอขึ้น โดยอาศัยบ้านนางเชย  สุอังคะ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านพานทอง เป็นที่ว่าการอำเภอชั่วคราว ต่อมาได้ย้ายไปอาศัยโรงบ่อนที่บ้านท่าตะกูดเป็นที่ว่าการอำเภอชั่วคราว
และต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งอยู่ที่โรงบ่อนบ้านท่าตะกูด เรียกชื่อว่า "อำเภอท่าตะกูด"
ปีพ.ศ.2451 จึงได้ปลูกสร้างที่ว่าการอำเภอถาวรหลังใหม่ขึ้น ณ ที่เดิม และพร้อมกันนี้ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่เป็น "อำเภอพานทอง" 
สำหรับที่ว่าการอำเภอหลังปัจจุบันนี้ได้ย้ายมาตั้งเมื่อปีพ.ศ.2481เนื่องจากอาคารที่ว่าการอำเภอชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับสถานที่ตั้งเป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมเป็นประจำ บริเวณแออัดคับแคบ
จึงได้ย้ายไปสร้างที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ตามแบบของกระทรวงมหาดไทย ณ ริมถนนสายบ้านไร่และท่าตะกูดตรงย่านกลางของหมู่บ้านพานทอง
อำเภอพานทองมีนายอำเภอพานทองคนแรกคือ หลวงวนเขตร์ขลพินิจ เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2448 (ร.ศ.123)

 

ข้อมูลทั่วไปของอำเภอพานทอง(AmphoePhan Thong)

อำเภอพานทอง มีพื้นที่ 173ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์2005                    
รหัสไปรษณีย์     20160
ที่ว่าการอำเภอพานทองตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ถนนพานทอง-หัวไผ่ ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี
20160          
พิกัด     13°28′14″N 101°5′49″E
หมายเลขโทรศัพท์0 3845 1110, 0 3845 1982  
หมายเลขโทรสาร          0 3845 1110, 0 3845 1982
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปลักษณะภูมิอากาศร้อนชื้น
อาชีพหลัก ได้แก่การเกษตรกรรม รับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมค้าขาย 
อาชีพเสริม ได้แก่ เข้าร่วมกลุ่มอาชีพ ผลิตสินค้าออกจำหน่าย เช่น ทำยาสระผม แชมพู  สบู่อาบน้ำ
ดอกไม้จันทน์ของชำร่วย เทียนเจล เทียนหอม 
ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ด้านปศุสัตว์  เช่น  ไก่  สุกรด้านเกษตรกรรม เช่น เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา  
ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญ (แม่น้ำ/บึง/คลอง) ได้แก่ คลองพานทอง 

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอพานทอง ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางปะกงและอำเภอบ้านโพธิ์ (จังหวัดฉะเชิงเทรา)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพนัสนิคม
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพานทอง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองชลบุรี

 

 

 

 

แหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ตามคำขวัญของอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

คำขวัญประจำอำเภอพานทอง
เมืองอิฐแกร่ง แหล่งเกษตร เขตอุตสาหกรรม คุณธรรมหมอพระ ศิลปช่างทอง

     
 

เมืองอิฐแกร่ง

แหล่งทำอิฐอำเภอพานทอง ตั้งอยู่ในตำบลพานทองและตำบลหนองกะขะ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มเหมาะแก่การทำการเกษตรมีลำคลองหลายสาย มีดงตาลขึ้นมากมาย
ชาวบ้านจึงมีอาชีพขึ้นต้นตาลและทำน้ำตาลขายเป็นอาชีพเสริมประกอบกับพื้นที่เป็นแหล่งดินเหนียวที่ดีเหมาะสำหรับทำอิฐ
จึงมีโรงงานอิฐในพื้นที่หลายโรงผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นอิฐมอญแดงทำจากดินเหนียวที่มีในอำเภอพานทอง
อิฐมอญพานทองหรืออิฐแดงพานทองเป็นอิฐดินเผาที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน
เหมาะสำหรับก่อสร้างบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ต้องการความแข็งแรงการเผาอิฐมอญ
(หรือบางทีเรียกว่าอิฐแดง) เป็นที่เลื่องลือกันว่ามีความแข็งแกร่งทนทาน
มีคุณภาพสมกับคำขวัญอีกคำของอำเภอพานทองที่ว่าเป็น "เมืองอิฐแกร่ง"
โดยกรรมวิธีการเผาอิฐที่ไม่เหมือนใครเพราะใช้เตาเผาอิฐที่ใช้ความร้อนสูงขนาดใหญ่
สูงประมาณตึกสามชั้น เผาได้ครั้งละมากๆ เป็นแสนๆ ก้อน
โรงอิฐมีอยู่หลายโรงตั้งอยู่บนถนนสุขประยูร จนเกือบถึงตลาดพานทอง
คุณสมบัติของอิฐมอญพานทองทำจากดินเหนียวซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของพานทองไม่มีแกลบหรือทรายปะปน
เผาด้วยฟืนในเตาขนาดใหญ่ในอุณหภูมิราว 800 องศา ใช้เวลาเผาอย่างน้อย 7วัน/7คืน
ฉะนั้นจึงทำให้เนื้ออิฐมอญพานทองเนื้อแน่นและแข็งแกร่งกว่าอิฐชนิดอื่นๆ
แหล่งทำอิฐตั้งอยู่หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 10 ตำบลพานทอง และหมู่ 4 ต.หนองกะขะ อ.พานทอง
โรงอิฐประเสริฐสิน 62/6 หมู่ที่ 10 ต.พานทองอ.พานทองจ.ชลบุรี 20160
พิกัด : 13.423366, 101.104640

 

 

ภายในเตาเผาอิฐ

     
 

คุณธรรมหมอพระ

วัดยุคคลราษฎร์สามัคคี (วัดหนองฝาแฝด) เป็นวัดที่มีชื่อเสียง ดังคำขวัญของอำเภอพานทองที่ว่า "คุณธรรมหมอพระ" เนื่องจากเป็นวัดที่มีพระให้การรักษาโรค ด้วยวิธี "นวดด้วยเท้า"แบบโบราณ และไม่เก็บค่ารักษาและค่ายาใดๆ ทั้งสิ้น
ความเป็นมาของการเปิดรักษาต่อกระดูกนั้น เมื่อปีพ.ศ.2512 พระครูวรเวชวิศาลหรือหลวงพ่อสมบุญได้เริ่มทำการรักษาโรคตามแบบแพทย์แผนโบราณ ในระยะเริ่มแรกมีผู้ป่วยมาขอรับการบำบัดรักษาเพียง 2-3 ราย ต่อมาจึงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
โรคที่ท่านรักษาส่วนใหญ่เกี่ยวกับกระดูกและอัมพาต ด้วยความตั้งใจจริงในการที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ทั้งภายใน จ.ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงในการดำเนินการบำบัดรักษาคนไข้นี้
ทางวัดจัดบริการให้เปล่า โดยมิได้เสียค่าตอบแทนแต่อย่างใด เพียงแต่เสียค่าบูชาครู 25 สตางค์ต่อครั้งเท่านั้น ทั้งนี้รวมทั้งค่าอาหาร และค่าที่พักทั้งหมด โดยทางวัดได้สร้างเรือนพักจำนวน 2 หลัง แบ่งเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน
คืออาคารสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกกับอาคารผู้ป่วยโรคอัมพาต มีเตียงนอนให้กับผู้ป่วยจำนวน 170 เตียง 
สถิติผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาและบำบัดเฉลี่ยประมาณ40-50 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือนละหลายหมื่นบาท แต่นับว่าทางวัดโชคดีที่พระครูวรเวชวิศาลได้หาเงินทุนเอาไว้ 10 ล้านบาท ในการนำออกมาเป็นค่าใช้จ่าย
และตอนนี้ทางวัดเห็นว่าดอกเบี้ยถูกจึงได้ไปเปลี่ยนเป็นพันธบัตรรัฐบาลมาแทนระยะเวลา 39 ปี ที่ท่านได้ช่วยเหลือประชาชนในด้านการรักษาโรคแก่ผู้ป่วยด้วยโรคกระดูกและโรคอัมพาต
สืบทอดความรู้ดั้งเดิมประยุกต์กับความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบันและความเชื่อของประชาชนในท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองทางด้านสุขภาพอนามัย เป็นผู้มีความรอบรู้เรื่องสมุนไพร
ด้วยการปลูกพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นตัวยาในการบำบัดรักษาโรคกว่า 100 ชนิด และถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป 
ต่อมาเมื่อพระครูวรเวชวิศาลได้มรณภาพลง น้องชาย (ลุงอรุณ อินทรสังข์) ผู้ที่ช่วยท่านทำการรักษาก็ยังได้รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยต่อมาจนถึงทุกวันนี้ (อดีตตระกูลของท่านรักษาต่อกระดูกจึงมีการถ่ายทอดกันมา)
การนวดด้วยเท้า เป็นการให้การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก อัมพฤกษ์ อัมพาต โดยผู้ป่วยไม่มีบาดแผลสด หรือแผลเปิด ใช้วิธีการนวดและเหยียบด้วยส้นเท้าลงบนบริเวณที่ต้องการรักษา
เช่นแขนขา ลำตัว วิธีการรักษาจะมีพระภิกษุและลูกศิษย์ใช้เท้าจุ่มตัวยา คือน้ำมันมะพร้าวผสมสมุนไพรโบราณตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นใช้ส้นเท้าจุ่มน้ำมันนวดคลึงบริเวณบาดเจ็บ
เมื่อน้ำมันเย็นก็เอาเท้าจุ่มน้ำมันมานวดใหม่อีกทำ 1 ชั่วโมง วันละครั้ง หากมีอาการมาก ก็จะต้องนวดติดต่อกัน 20-30 วัน หรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น
วิธีการรักษา ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาตหรือโรคกระดูกที่ไม่มีบาดแผล นอนในที่ที่วัดจัดให้ หลังจากนั้น
จะนำถาดใส่น้ำมันมะพร้าวผสมสมุนไพร ตั้งบนเตาแก๊สอุ่นไฟอ่อนๆ และให้พระภิกษุหรือลูกศิษย์ใช้เท้าจุ่มน้ำมัน โดยใช้ส้นเท้านวดบริเวณที่บาดเจ็บ เมื่อน้ำมันที่นวดเย็นลงจะจุ่มเท้าที่น้ำมันอีกครั้ง
ทำสลับไปมาเช่นนี้ วันละ 1 ครั้งๆ ละ 1 ชั่วโมง ถ้ามีอาการเจ็บมาก จะนวดน้ำมันประมาณ 20-30 วัน หรือนวดจนอาการดีขึ้น
ในการบำบัดรักษาผู้ป่วย จะมีโรงเรือนสำหรับพักจำนวน 2 หลัง โดยแบ่งเป็น อาคารรับการบำบัดรักษาโรคกระดูกและอาคารผู้รับการบำบัดรักษาโรคอัมพาตการรักษาจะใช้ยาสมุนไพร
ซึ่งปลูกไว้ภายในบริเวณวัดมีสมุนไพรประมาณ 100 กว่าชนิด การจัดทำยาสมุนไพรนี้ ผู้ป่วยที่รับการรักษาจะช่วยกันทำ
วัดยุคลราษฎร์สามัคคี ตั้งอยู่ ม.4 ต.เกาะลอย อ.พานทอง จ.ชลบุรี โทรศัพท์ 0-9936-9871พิกัด : 13.547337, 101.082720

 
     
 

ศิลปะช่างทอง

          การทำทองโบราณในเขตอำเภอพานทองถือเป็นงานฝีมือที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปดังคำขวัญของอำเภอที่ว่า "ศิลปะช่างทอง"
เป็นการทำทองโดยฝีมือช่างอันปราณีตงดงามลวดลายมีเอกลักษณ์เฉพาะที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เช่นลายก้ามกุ้ง ลายลูกฆ้องลายฝักแค
หรือลวดลายที่ออกแบบขึ้นมาใหม่เช่น ลายกระดุมทอง ลายประคำโปร่งการทำทองมีทั้งทองรูปพรรณ เช่นสร้อยคอ แหวน กำไล
และทำเป็นสิ่งประดิษฐ์จากทองคำคุณภาพเช่น ตลับทอง ช้อน ชุดกาน้ำ ตระกร้า เข็มขัดและงานพระของอำเภอพานทอง
คือ กรอบพระมีห่วงจะหมุนได้ ทำให้ห่วงไม่สึกกร่อน (ห่วงสลัก) เป็นต้น
ร้านทองที่มีชื่อเสียงเก่าแก่คือร้านทองพานทอง (เจ๊ไน้) และร้านทองรุ่งสีทอง (แม่เกียว)
ร้านทองพานทอง (เจ๊ไน้) ทางร้านมีทองให้เลือกหลายแบบมากมายลวดลายออกแบบเองจากเจ้าของร้านทางร้านได้ทำ
ชุดน้ำชา ตะเกียบ พานทอง กระเป๋า ตะกร้า ซึ่งเป็นทองที่มีลวดลายสวยงามมาก
ร้านทองพานทอง ตั้งอยู่ 59/1 หมู่4 ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี 20160 (โทร 0 3845 1888)
ร้านทองรุ่งสีทอง (แม่เกียว) เป็นร้านทองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโดยนายทำนอง รุ่งสีทองผู้มีประสบการณ์การทำทอง มากกว่า 60 ปี เริ่มจากบิดาที่มีอาชีพทำทองโดย นายทำนอง เริ่มทำทอง เมื่ออายุ 13 ปี โดยฝึกมาจากภายในครอบครัวงาน
ส่วนใหญ่ออกเป็นแบบทองโบราณ และที่ทำให้ทางร้านมีชื่อเสียง คือการทำสร้อยคอลายประคำโปร่ง
สร้อยลายกระดุมทองซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนายทำนองและสร้อยลายตะขาบ,ลายลูกฆ้อง,ลายฝักแคลายดอกพิกุล, ลายสุโขทัย เป็นต้น
ร้านทองรุ่งสีทอง ตั้งอยู่ 64 หมู่ 7 ตลาดเก่าพานทอง ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี 20160
(โทร 0 3845 1069, 0 3874 0126)

 

 

 

 

 

 

 

 

Top Page

TOP

PAGE

ข้อมูลอ้างอิง

 

   
ห้องเรียนครูอู๋ นายภาณุพงศ์ อนันต์ชัยพัทธนา ปริญญาโท ครุศาสตร์มหาบัณฑิต (ค.ม.) วิจัยการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
ปัจจุบันสอนอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์วิทยาคม ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สังกัด สพม.18